1 ปี TADL

posted on 24 Apr 2012 22:15 by everestelks  in TADL
1 ปีแล้ว 1 ปีแล้ว 1 ปีแล้ว
TADL ก็ยังเป็นเรื่องที่รักที่สุดอยู่ดี
จบข่าว ไม่รู้จะเขียนอะไร 5555
อยากรู้ว่าทำไมรักเรื่องนี้ ลองอ่านดูนะ

edit @ 24 Apr 2012 22:17:58 by EverestElks

Secret ... Part 17

posted on 14 Mar 2012 21:31 by everestelks  in Secret  directory Fiction
ห่างหายฟิคไปนาน
นานจนชักจะเขียนไม่ถูก
เอาเป็นว่า พยายามแล้วฮะ ถ้ามันเพี้ยนๆ พลาดๆ ยังไง
ขออภัยด้วย
ไปเขียนตอนต่อก่อน ก่อนที่จะโดนฆ่า
ฮะเฮ้ยยยยยย
 
 
ห้องทำงานสไตล์โมเดิร์นที่ว่างเปล่ายังคงปิดเงียบ
มีเพียงร่างบางผิวขาวเท่านั้นที่ยืนจ้องประตูบานใหญ่อยู่ภายนอก
 
มันอาจจะเช้าเกินไป
เกินกว่าที่เจ้าของห้องจะมาทำงาน
แต่ความเคยคุ้นกับห้อง ทำให้คนบางคนยืนจ้องอยู่เนิ่นนาน
ก่อนที่จะผลักประตูบานใหญ่เข้าไปด้านใน
 โต๊ะสีดำตัวใหญ่ยังคงวางนิ่ง
กลิ่นอโรมาที่ลอยอบอวล ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ได้
 
คนตัวบางหลับตานิ่ง
ราวกับจะพยายามค้นหาความละมุน
ที่ตัวเองทำหล่นไว้ตรงไหนสักแห่ง ณ สถานที่แห่งนี้

 ‘ … 준 호 야 사 랑 한 다 …’
‘จุนโฮ จุนโฮย่า จุนโฮย่า ซารางฮันดะ’

เสียงทุ้มนุ่มแผ่วเบาของใครคนหนึ่ง
ลอย วนเวียน ในหัวของคนตัวบาง
โดยที่เจ้าตัวไม่ได้พยายามแม้จะกำจัดมันออกไป
ด้วยเจ้าตัวเองก็ไม่อาจเข้าใจ
มันเป็นความคิดถึง ที่ใกล้จะเป็นความโหยหา
แต่ก็ตอบไม่ได้ว่ามาจากจินตนาการส่วนไหนของตน 
 
มือเรียวขาวลูบไล่ไปตามขอบมนของโต๊ะ
ราวกับพยายามซึมซับทุกสัมผัสที่โหยหาไว้ในอุ้งมือ
ก่อนที่จะถูกมือหนาใหญ่ของใครบางคนรวบเอาไว้
 
คนตัวบางสะดุ้งออกจากภวังค์ หันกลับไปเผชิญหน้ากับคนมาใหม่
 
“ชานซ...”
ไม่ทันที่ชื่อนั้นจะหลุดออกมาจากปากของจุนโฮได้ทั้งหมด
ร่างบางก็ถูกคนตัวโตกว่ารวบเข้าไปกอดไว้แน่น
 
“ชานซอง .. นี่ฉันนะ ไม่ใช่ ...”
 
“ไม่ใช่ใครเหรอ จุนโฮ”
“เพราะเป็นนายไง นายนั่นแหละ จุนโฮ”
 
“… 준호야~ 보고싶어 …”
จุนโฮย่า โบโกชิบพอ
“คิดถึงที่สุดเลย”

 แทนที่แขนแข็งแรงจะคลายลงอย่างที่คนตัวบางตั้งใจ
กลับกลายเป็นยิ่งกอดแน่นมากขึ้น

แน่นจน .... น่าจะอึดอัด
แต่ทว่า เสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยิน
แทบไม่แตกต่างจากเสียงในจินตนาการ
ทำให้คนตัวบาง เลิกคิดที่จะผละออกมาจากอ้อมกอดนั้น

เวลาไม่กี่นาที เคลื่อนผ่านไปช้าๆ ราวกับนานเท่านาน
ในอ้อมกอดร้อนที่ร่างกายคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าบรรยากาศรอบตัว
ทำให้คนตัวบางเริ่มตั้งคำถามกับสติของตัวเอง

‘นี่เรื่องจริง ความฝัน หรือจินตนาการกันแน่’ 
‘ชานซอง อ้อมกอดที่รู้จัก โกเมงอี ร่างบางสีน้ำผึ้ง’
สิ่งต่างๆ เริ่มสับสนในความรู้สึก
“โอ๊ยยยย”
คนตัวบางยกสองมือขึ้นกุมศรีษะแน่น
ความปวดแปลบแล่นเข้าเกาะกุม ก่อนที่สติจะดับวูบไป
.
.
.
“นายไปกินอะไรซะก่อนเถอะ ชาน”
“หมอก็บอกแล้วยว่ามันเป็นอาการปกติ”
.
.
.
“ไม่เป็นไรน่าอุ่น ฉันยังไม่หิวจริงๆ”
“โอเคๆ งั้นนายเฝ้าอยู่นี่ เดี๋ยวฉันมา”
.
.
.
เสียงคุยกันที่ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ตามด้วยเสียงปิดประตู
ทำให้คนที่นอนกองอยู่ที่โซฟาค่อยๆ มีสติมากขึ้น
 
“จุนโฮ จุนโฮ ... ฟื้นแล้วใช่ไม๊”
เสียงแผ่วเบากระซิบกระซาบข้างหู
กับมือใหญ่ที่จับมือเรียวบางไว้ข้างหนึ่งกำแน่น
 
คนเพิ่งฟื้นมึนงง ส่งมืออีกข้างที่ปราศจากพันธนาการสัมผัสแก้มนุ่ม
ปลายนิ้วโป้งแตะโดนหยดน้ำตาเล็กๆ จากตาคู่สวย
 
โดยไม่มีคำพูดใดๆ คนเพิ่งฟื้นโน้มคอคนหน้าสวยเข้ามาใกล้
ก่อนที่จะประกบริมฝีปากบางเข้ากับเรียวปากหยักแผ่วเบา

“ชานซอง ... คิดถึงเหลือเกิน”
 
เพียงเสี้ยววินาทีได้ยินเสียงของคนที่โหยหามาตลอด
คนตัวโตก็ไม่รอช้าที่จะคว้าร่างบางมากอดไว้แน่น
 
ปากหยักถูกประกบกลับเข้ากับริมฝีปากที่คิดถึง
ลิ้นร้อนส่งผ่านเรียวปากบาง
ส่งผ่านความคิดถึงทั้งหมดเข้าสู่โพรงปากอุ่นของจุนโฮ
 
ในขณะที่คนเพิ่งฟื้นกลับดันดุนปลายลิ้นนั่น
โดยไม่ได้สนใจว่าตนกำลังอยู่ในสภาพเช่นไร
 
เรียวลิ้นของคนสองคนบดเบียดเข้าหากันราวกับจะให้แหลกสลายลงตรงนั้น
ในขณะที่ร่างบางเริ่มเบียดเข้ากับอกหนาหนักหน่วง

 “แกร๊ก”

เสียงเปิดประตูทำให้คนสองคนชะงักค้าง แต่ร่างสองร่างก็ยังคงคลอเคลียกันไม่ห่าง
ในขณะที่อีกคนยืนแข็งนิ่งอยู่ที่ประตู สายตาจ้องนิ่งอยู่ที่โซฟา
 
คนสองคนที่ตัวเองอยากให้คืนดีกัน กลับสร้างรอยเจ็บร้าวไม่น้อยในใจ
ร่างหนาที่ตัวเองขีดเส้นคั่นไว้แค่เพื่อน
ทั้งที่รู้ว่าความจริงแม้แต่ตัวเองยังคงทำได้ยากลำบาก
บดเบียดอยู่กับร่างบางที่คุ้นเคย
 
 "อุ่น ... จุนโฮจำฉันได้แล้ว"
ความดีใจทำให้ใครคนหนึ่งอยากประกาศให้โลกรู้
ในขณะที่คนฟังกลับนิ่งอึ้ง
แสงจากโคมไฟที่ไหวน้อยๆ ทำให้เห็นรอยรื้นในดวงตาเรียว

"งะ งั้น...นายกับจุนโฮ ไปช่วยพี่คุณที่สิงคโปรได้ไม๊"
ทันทีที่ตั้งสติได้ คนตัวสูงเริ่มพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดว่า 'ควรพูด' และทำในสิ่งที่คิดว่า 'ต้องทำ'
 
เกือบจะเป็นปกติไปแล้วที่จินอุนคิดถึงความเจ็บปวดของคนอื่นก่อนตัวเอง
โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นคือชานซอง
 
"อุ่น... อะ อืม ได้สิ จริงๆ ควรจะเป็นฉันไปอยู่แล้วนี่"
การตอบรับจากคนตัวโตแทบจะไม่สะดุด ถ้าไม่ได้หันไปเห็นแววตาเจ็บปวดแว๊บหนึ่งนั้น

"เอ่อ...จุนโฮ นายไปกับฉันไหวไม๊"
ชานซองพยายามหันกลับไปคอนเซนเทรทกับอีกคนในอ้อมกอด
 "ไหวชาน ฉันไหว แต่...โกเมงอีล่ะ"

"ฉันดูแลให้เอง" จินอุนสวนขึ้นแทบทันที
 
"งั้นก็ตกลงตามนั้น อุ่น นายบอก ผู้จัดการจองตั๋วเครื่องให้ฉันกับจุนโฮได้เลยนะ"
"แล้วเอกสารอยู่ที่นายใช่ไม๊"
 
"จุนโฮ...นายนอนพักที่นี่ก่อนนะ ฉันขอไปเอาเอกสารที่ห้องจินอุนแป๊บนึง
คงต้องคุยแผนงานกันหน่อยด้วย"
คนตัวโตหันไปบอกคนในอ้อมกอด เป็นการสั่งแกมบังคับไปในที 
ชานซองแทบไม่เปิดโอกาสให้จุนโฮค้านหรือแม้แต่ออกความเห็นอะไร
รวมไปจนกระทั่งเจ้าของแผนการอย่างจินอุน ก็กลายเป็นลูกไล่ไปในทันที
 
"ห๊ะ..อะ  อืม เอกสารอยู่ที่ห้องฉัน" จินอุนตอบ
 
 
"อะ อืม นายไปเหอะ ฉันยังปวดหัวนิดๆ ได้พักอีกหน่อยก็ดี"
จุนโฮตอบไปอย่างเสียไม่ได้
ภาวนาแค่ว่าอย่าให้เกิดเรื่องอะไรกับโกเมงอีในขณะที่ตัวเองไม่อยู่เลย
.
.
.
ทันทีที่ประตูห้องทำงานของจินอุนปิดลง คนตัวโตแทบจะถลาเข้าหาร่างสูง
ไหล่ค่อนข้างหนาของคนตัวสูงถูกผลักจนพิงเข้ากับผนังห้องสีส้ม
 
"อุ่น...ฉันขอโทษ"
 
"นายจะขอโทษฉันเรื่องอะไรชาน"
คนตัวบางกว่าพิงหลังแนบผนัง
เบือนหน้าหลบปลายจมูกของคนหน้าสวยที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
 
 "ก็ขอโทษ...ที่ทำให้นายเห็นเรื่องที่นายไม่ควรเห็นไงอุ่น"
"ขอโทษที่ทำให้นายเจ็บ"คนตัวหนาสรุปตรงประเด็น
 
"ชานซอง นายหลงตัวเองไปรึเปล่า ... นายคิดว่าฉันคิดอะไรกับนายหรือไง"
จินอุนโวยกลบเกลื่อน
 
"แล้วนายไม่คิดเหรออุ่น...นายคิดว่าระหว่างปากนายกับหัวใจ ฉันควรเชื่ออย่างไหนห๊ะ"
คนตัวหนากว่าเริ่มหมดความอดทนกับความปากแข็งของเพื่อนรัก
 
มือหนาถูกวางประกบทาบกับอกหนาของจินอุน
แรงสะเทือนจากก้อนเนื้อภายในส่งถึงมือหนาใหญ่
 
คำพูด อาจบิดเบือนได้  แต่หัวใจของคนตัวสูง ไม่เคยหลอกใครสำเร็จจริงๆ
ใบหน้าที่เบือนหนี ค่อยๆ เปลี่ยนสี แดงระเรื่อ
ดึงดูดให้ปลายจมูกรั้นของคนหน้าสวยขยับเข้าใกล้
และกดปลายจมูกลงบนแก้มอุ่นนั่น
 
"ขอบคุณจินอุน ขอบคุณที่รักฉันมากขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ"
 
"ชาน...นาย"
 
ทันทีที่ใบหน้าของคนตัวสูงหันกลับมา
ริมฝีปากหยักหนาก็กดจูบลงบนเรียวปากบาง
 
โดยไร้การขัดขืนใดๆ ร่างหนาขยับเบียดร่างของตนเข้ากับร่างสูงที่ประกบแนบผนัง
แก่นกายแข็งขืนเบียดขยี้เข้าหากัน
ดุดันและหนักหน่วงมากพอที่จะส่งผ่านความรู้สึก
ผ่านกางเกงแสลคหนาๆ ได้ชัดเจน
ก่อนที่มือเรียวขาวจะผลักอกหนาออกจากตัวเอง
 
"หยุดเลยชานซอง...นายจะไปไหนก็ไปเลยนะ"
 
 "ป๊าบ"
คนตัวสูงเอื้อมมือหยิบซองเอกสารจากโต๊ะ ฟาดเข้าให้ที่กลางอกหนา
ก่อนที่จะสะบัดตัวเดินออกจากห้องไป
.
.
.
 จบพาร์ทก่อนเถอะ

 

edit @ 20 Mar 2012 10:34:08 by EverestElks

Secret ... Part 16

posted on 11 Dec 2011 21:01 by everestelks  in Secret
สองชั่วโมงก่อน สองชั่วโมงก่อน
สองชั่วโมงก่อน
... หลอนกันไม๊คร๊า ...
อ้าว ... ดูเหมือนไม่มีใครสนใจ
ฮะฮิ้งงงงงง
 
*************
 
ในที่สุดก็เขียนจบจนได้
แต่มันอาจไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนะ
แต่มันอาจอ่านแล้วงงนะ
แต่มันอาจอ่านแล้วรู้สึกว่าแต่งไม่เอาไหนนะ
แต่เค้าพยายามแล้ว
เค้าพยายามแล้วจริงๆ ฮอลลลลลล
 
**************
 
 
*************
 

... สองชั่วโมงก่อน ... 

แทบจะทันทีที่ประตูปิดลง
คนหน้าสวยโถมน้ำหนักเกือบทั้งหมดมาที่เพื่อนรัก
ข้าวของที่อยู่ในมือของใครอีกคน
โดนวางกองลงที่พื้นอย่างไม่สนใจใยดี

แผ่นหลังกว้างถูกแรงผลักไปแนบฝา
อกกว้างถูกประกบทาบด้วยอกหนาแนบแน่น

ปลายนิ้วที่สอดประสานกันอุ่นจัด
ในขณะที่หน้าสวยค่อยๆ เลื่อนใกล้ ส่งริมฝีปากหยักสัมผัสเรียวคอขาวเนียน

ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ไล้ไปตามแนวคอ
ปลายลิ้นร้อนระอุ ถูกส่งผ่านริมฝีปากหยักหนาสัมผัสใบหูของจินอุน
คนตัวโตกดน้ำหนักปลายลิ้นลากผ่านแนวกราม
ก่อนจะส่งแทรกผ่านริมฝีปากบาง
เข้าไปแสวงหาความหวานภายในโพรงปากของ 'เพื่อนสนิท'

มือหนาอีกข้างหนึ่งเลื่อนไล้ไปตามแนวขอบยีนส์ของจินอุน
ก่อนที่กระดุมยีนส์ตัวสวยจะถูกปลดออกจนหมดด้วยมือเพียงข้างเดียว

"ชาน...อย่า นายจะทำอะไร"
จินอุนพยายามปราม
มือเรียวถูกยกขึ้นยันหน้าอกหนาไว้ให้ห่างออกจากตัวเอง

"อุ่น...ฉันต้องการนาย"
คนหน้าสวยออดอ้อน
ในขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามแนวกระดุมยีนส์

ความแข็งขืนที่ปรากฎในอุ้งมือบอกชัด
ปรารถนาของจินอุน ตอบสนองต่อแรงปรารถนาแห่งตนเช่นกัน

"ชาน...อย่า"
.
.
."ฉัน..ฮึก"

จู่ๆ คำพูดของจินอุนก็สะดุดลง
เมื่อมือใหญ่หนาล้วงผ่านบ็อกเซอร์
เข้าไปสัมผัสผิวอุ่นจัดแข็งเกร็งภายใน

มือเรียวที่ผลักยันอกหนาไว้ก่อนหน้านี้ค่อยๆ อ่อนลง
คนตัวสูงยืนนิ่ง ปล่อยให้มือใหญ่มอบสัมผัสละมุนให้ตัวเองอย่างว่าง่าย

............................

"ตรู๊ดด ตรู๊ดดด"

ในขณะที่ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เสียงที่หลงเหลืออยู่มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของคนสองคน

เสียงโทรศัพท์ในห้องนอนของจินอุนก็ดังแทรกขึ้น
คนตัวสูงที่โดนกดประกบไว้กับฝาสะดุ้งโหยง
มือเรียวพยายามดึงมือใหญ่ออกห่าง

"ไม่รับได้ไม๊...อุ่น"
เสียงทุ้มสั่นไหว

"ชาน... นั่นพี่คุณ คนเดียวที่โทรเข้าหมายเลขนี้"
คนตัวสูงตอบด้วยน้ำเสียงแทบไม่ต่างกัน

มือใหญ่หยุดชะงักลง
ปลายนิ้วหนาปลดปล่อยแก่นกายร้อนระอุให้เป็นอิสระ
อกหนาถอยออกห่าง
ปลายนิ้วที่เปรอะชุ่มไปด้วยของเหลวเหนียวใส
กำแน่นเข้าหากัน
คนตัวโตพยายามอย่างยิ่งที่จะต้องระงับกลั้นความรู้สึกบางอย่างไว้

 คนหน้าสวยถอยห่างออกจาก ‘เพื่อนสนิท’
ในขณะที่อีกคนพลิกตัวผละออกจากอ้อมกอดที่ยากจะปฏิเสธ

จินอุนเดินผ่านเข้าไปในห้องนอน
ปล่อยให้ชานซองยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง

เพียงไม่นานร่างหนาสูงใหญ่ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม
กับความรู้สึกบางอย่าง

คนหน้าสวยงึมงัมกับตัวเอง
"ถ้าไม่มีจุนโฮ ... ฉันคงรักนายไปแล้วจริงๆ จินอุน"

…………….


“ครับพี่คุณ ... ผมขอลองเช็คอีกที ผมบอกตามตรง
ไม่อยากปล่อยหมอนั่นไว้แบบนี้คนเดียว”

“ครับ ครับ ได้ครับ”

‘กริ๊ก’

โทรศัพท์ถูกวางกลับไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
สัญญาณทางไกลจากต่างประเทศสิ้นสุดลง

“พี่คุณอยากให้นายไปช่วยเหรออุ่น”
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“อะ อืม ... ตอนนี้พี่คุณกับลูกค้าอยู่ที่สิงคโปร์ อยากให้ฉันไป”
“แต่ ... นายล่ะ ชาน”

จินอุนหันไปมองคนหน้าสวยที่เพิ่งเดินเข้ามา
แม้ตัวเองก็ตอบตัวเองไม่ได้
นี่เป็นความจำเป็น หรือเพราะหัวใจตัวเอง
ทำไมครั้งนี้ ไม่อยากจากคนคนนี้ไป
ไม่อยากทิ้ง 'เพื่อน' ให้อยู่เพียงลำพัง

สิ่งนี้คือความห่วงใย หรือ ความโหยหา
คนตัวสูงรู้สึกสับสนอยู่ในหัว

..............

“อุ่น ... อุ่น”

เสียงเรียกของคนหน้าสวยทำลายความเงียบลง
เมื่อเห็นดวงตาเรียวจ้องนิ่งมาที่ตนนานเกินควร

 “ห๊ะ!!! นายว่าอะไรนะชาน”
คนตัวสูงสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์

“ฉันบอกนายว่า ถ้ามันจำเป็นนายก็ไปเถอะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”
ชานซองทวนคำ

“ไม่นะ !!! อะ เอิ่ม ชาน ...นายอย่าเพิ่งกลับไปเลย”
คนตัวสูงละล่ำละลัก

“อุ่น... ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ”
ชานซองพูดพลางยื่นมือออกไปจับไหล่คนที่นั่งหน้าตื่น

ด้วยความกังวลอะไรบางอย่าง
จินอุนยื่นมือเรียว เกาะกุมมือหนาบนบ่าตัวเองไว้แน่น
“ไม่นะชาน ฉันจะหาคนอื่นไปช่วยพี่คุณแทน นายอย่าเพิ่งกลับไปที่นั่นเลย”

 “อุ่น ... ฉัน เอิ่ม ...”
คำพูดของชานซองขาดช่วงลง
พร้อมกับที่ร่างหนาค่อยๆ หย่อนนั่งลงข้างๆ

“ฉัน ... บอกตามตรงอุ่น ฉันไม่มั่นใจที่จะอยู่ที่นี่”
“ไม่มั่นใจที่จะอยู่ข้างๆ นาย”
คนหน้าสวยสารภาพ

“ชาน ... นาย... นายหมายถึง...”
คนตัวสูงถามย้ำ สิ่งที่ได้ยินชวนสงสัย และสับสนเกินกว่าจะเข้าใจ 

แววตาใสซื่อที่เต็มไปด้วยความสงสัยของจินอุน
ทำให้คนหน้าสวยหมดความอดทนลงง่ายดาย

โดยไร้คำตอบใดๆ ริมฝีปากหยักถูกส่งเข้ากดประกบกับปากบางอีกครั้ง
ความรู้สึกเร่าร้อนรุนแรงถูกถ่ายทอดจากเรียวลิ้น
ผ่านเข้าไปโลมไล้เอาความหวานจากโพรงปากอุ่น
ก่อนที่จะถอนถอยออกมา

“ฉันไม่มั่นใจที่จะอยู่ข้างๆ นาย แบบนี้ นายเข้าใจไม๊”
คนหน้าสวยพูดก่อนจะลุกขึ้น เบือนหน้าหันหลังให้เพื่อน

 “โถ่เว้ย ชานซอง ... อะไรของนายเนี่ย นายมันบ้าไปแล้ว”
คนหน้าสวยสบถใส่ตัวเองเบาๆ
ใบหน้าร้อนผะผ่าว เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
อารมณ์บางอย่างพุ่งพล่านจนแทบจะกดกลั้นไว้ไม่ได้
มือหนากดกุมแก่นกายของตัวเอง

.............................

ในขณะที่พยายามควบคุมอารมณ์
แขนขาวของใครอีกคนก็ยื่นสอดมาจากทางด้านหลัง
มือเรียวโอบกอดร่างหนาไว้

“ชาน ... นายอย่าไปเลย เชื่อฉันเถอะ อยู่ที่นี่สักระยะ”

"อุ่น..."

มือหนาของชานซองถูกยกขึ้น
เกาะประกบท่อนแขนของจินอุนที่กอดคล้องอยู่กับเอวตัวเอง

มือใหญ่ลูบไล้ท่อนแขนของ 'เพื่อนสนิท'
ก่อนที่จะดึงเอามือหนึ่งลงไปสัมผัสกับแก่นกายแข็งขืน ร้อนระอุ ของตน

"อุ่น ... ถ้าฉันอดทนกับสิ่งนี้ไม่ได้ล่ะ"

"ชาน...”

คนตัวสูงนิ่งอึ้ง ก่อนที่จะสูดลมหายใจลึก
ท่อนแขนที่กอดแน่น ถูกผ่อนลง

“ฮวางชานซอง ฉันสัญญา เราจะผ่านทุกเรื่องไปด้วยกัน"
"และสัญญา...ฉันจะไม่ให้เรื่องระหว่างเราเกินเลยไปมากกว่านี้"

เสียงทุ้มนุ่มมั่นคง ทำให้คนหน้าสวยหันกลับมา
มือหนาจับข้างแขนทั้งสองข้างของคนตัวสูงแผ่วเบา

ดวงตาคู่สวยจ้องหน้า ‘เพื่อนสนิท’
“แล้วถ้าฉันอยากให้เรื่องของเรามันเป็นไปมากกว่านี้ล่ะอุ่น”

"ฉันรู้จักนายดี...ชานซอง”
“ดีพอที่จะรู้ว่าหัวใจของนายอยู่ที่ไหน"
จินอุนก้มหน้าหลบสายตาหวานเยิ้มของชานซอง
ก่อนจะส่งปลายนิ้วเรียวทาบประกบลงบนอกซ้ายของอีกคน
เหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างไปให้คนหน้าสวย

“ฉันจะอยู่ข้างนาย ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวที่ฉันจะยอมไม่ได้ชาน ...”
“ฉันจะไม่มีวันยอมให้นายทรยศหัวใจของตัวนายเองเด็ดขาด”

...................

บรรยากาศในห้องนิ่งสงบอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
จนกระทั่งคนหน้าสวยจะถอนหายใจรุนแรง

"เฮ้อ...อุ่น ฉันยอมแพ้นายจริงๆ"

มือหนาดึงตัวจินอุนมากอดไว้แนบอก
แน่น และแนบจนจินอุนสัมผัสได้ถึงรอยระอุของร่างหนา
คนหน้าสวยพยายามถ่ายทอดความรัก
ที่วันนี้ถูกใครบางคนจำกัดขอบเขตไว้เหนียวแน่น

คนยืนนิ่งในอ้อมกอดเริ่มทำอะไรไม่ถูก

“ชาน ... เอิ่ม ฉันหายใจไม่ออก”
จินอุนพยายามเบี่ยงประเด็น
มือเรียวผลักคนตัวหนาออกห่างจากตัว

วงแขนหนาค่อยๆ คลาย ปล่อยอีกคนเป็นอิสระ
ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มเผยรอยเจ้าเล่ห์

"อุ่น...ฉันไม่กลับไปก็ได้”
“แต่ขอพิสูจน์ก่อนนะว่านายจะหยุดฉันได้จริงรึเปล่า"

เพียงเสี้ยววินาทีนั้น โดยไม่ทันรอให้ใครตั้งตัวได้
ชานซองกระโดดตะครุบ 'เพื่อนสนิท' ลงกับที่นอนหนานุ่ม
กระดุมเสื้อสองตัวหลุดกระเด็นจากแรงกระชากของมือหนาอย่างไม่สนใจใยดี  
อกหนาบดเบียดถ่ายทอดความร้อนแรงซึ่งกันและกัน
ริมฝีปากหยักพรมจูบไปทั่ว จนใครอีกคนเริ่มจะร้อนไปด้วย

ร่างกายที่ท่อนบนเปลือยเปล่ากอดก่ายกัน
มือหนาพยายามดึงเอายีนส์หนาหนักออกจากตัวของอีกคน
แรงดึงเกือบจะทำให้บ็อกเซอร์หลุดตามออกไปด้วย
โชคดีที่มือเรียวคว้าเจ้าตัวในไว้ได้ทัน

“ชาน ... ไม่เล่นนะ”
คนตัวสูงดุ

“อุ่น ... นายคิดว่าฉันเล่นหรือไง”
คนหน้าสวยตอบโต้ไม่ลดละ

“ฮึ่ย!!!”
ก่อนที่สงครามจะเกิด
คนตัวสูงที่เหมือนจะตกเป็นเบี้ยล่าง
กลับพลิกเอาร่างหนาที่เคยทาบทับอยู่บนตัวกดลงกับเตียง
ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งคร่อมทับท่อนขาแน่นไว้
ราวกับพันธนาการขนาดยักษ์
มือเรียวกดไหล่หนาไว้แน่น

 “ชานซอง ... นายนี่มัน .... ”
แต่ก่อนที่คำพูดใดๆ จะส่งความรู้สึกออกมาได้หมด
ดวงตาเรียวมองหน้าสวยที่กำลังยิ้มละมุน
ก็สะดุดลงราวกับต้องมนต์สะกดของดวงตาหวานเยิ้ม
คนที่นั่งคร่อมทับค่อยๆ โน้มตัวลง
ริมฝีปากเรียว กดลงกับแก้มระเรื่อของคนด้านล่าง
แล้วค่อยๆ เลื่อนไล้มาตามแนวคอ และ อกหนา

คนตัวสูงค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปจากหน้าขา
ในขณะที่ริมฝีปากบางยังคงพรมจูบลงไปบนตัวของชานซอง
ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนเรียวปากบางมาหยุดอยู่ตรงแนวซิกแพค

 “อุ่น .... อา ... จินอุน”
คนตัวหนากระเจิดกระเจิง
มือหนาของชานซองกำแน่นจิกอยู่กับที่นอน
เหมือนต้องการพันธนาการตัวเองไว้อย่างนั้น
ปล่อยให้ใครอีกคน ‘จัดการ’ กับตัวเองตามต้องการ

มือเรียวของจินอุน ลูบไล้ไปทั่ว
ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดกระดุมยีนส์ของคนหน้าสวยออกจนหมด

คนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับจูบอบอุ่นของ ‘เพื่อนสนิท’
สะดุ้งเบาๆ เมื่อยืนส์ถูกถอดโยนลงข้างเตียง
และสะดุ้งหนักขึ้นเมื่อเรียวปากบางเลื่อนลงไปตามแนวไรขน
มอบสัมผัสอบอุ่นให้กับแก่นกายร้อนระอุ
ที่ขณะนี้เหลือเพียงบ็อกเซอร์บางๆ ปกปิดอยู่

ริมฝีปากบางกดจูบลงบนรอยเปียกชื้น
ที่เกิดจากน้ำเหนียวใสจากปลายแก่นกายร้อน

ก่อนที่จะลุกเดินจากไป

“ชานซอง...เกมโอเวอร์แล้ว”
“ฉันจะไปทำอะไรให้กิน”

เสียงตะโกนกลับเข้ามา
หลังจากคนตัวสูงเดินผ่านประตูออกไปจากห้องไม่นาน

คนหน้าสวยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้อง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... จินอุน ฉันรักนายจริงๆ เลย”

 คนหน้าสวยตะโกนบอกรัก โดยไม่ได้รู้เลยว่า
ใครอีกคน ยืนกดหน้าอกซ้ายของตัวเองอยู่หน้าประตู
เหมือนจะห้ามหัวใจไม่ให้เต้นแรงไปกว่านี้

'การรักษาสัญญากับเรื่องแบบนี้ นายจะทำไปได้นานแค่ไหนกัน จินอุน'
คนตัวสูงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
ความคิดซ้ำๆ บอกตัวเอง
'ต้องทำให้ได้ ... ทำให้สองคนนั่นปรับความเข้าใจกันให้ได้'

..................................

edit @ 17 Dec 2011 23:02:16 by EverestElks